เตือนภัย! มิจฉาชีพหลอกขายทุเรียนราคาถูก

เตือนภัย! มิจฉาชีพหลอกขายทุเรียนราคาถูก

ฤดูกาลทุเรียนเวียนมาถึงทีไร กลิ่นหอมของราชาแห่งผลไม้ก็ยั่วยวนใจจนห้ามไม่อยู่ ยิ่งเห็นโปรโมชั่น “ราคาถูก” บนหน้าฟีดโซเชียล ยิ่งทำให้ความอยากได้พุ่งปรี๊ด แต่ก่อนที่จะกดสั่งซื้อและโอนเงิน หยุดอ่านบทความนี้เพื่อความปลอดภัยก่อน ทั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงมหาดไทย ได้ออกมาเตือนภัยด้วยความเป็นห่วง เพราะขณะนี้มิจฉาชีพกำลังระบาดหนักด้วยการใช้กลโกงแอบอ้างรูปภาพจากสวนดังมาสร้างเพจปลอมหลอกขายทุเรียนราคาถูก

สัญญาณเตือนภัย (Red Flags) 4 จุดสังเกตเพจทุเรียนปลอม

จุดที่ 1 โปรโมชั่นราคาถูกเกินจริง
วิธีสุดคลาสสิกที่มิจฉาชีพใช้ดึงดูดเหยื่อคือการตั้งราคาที่ต่ำจนน่ากลัว เช่น ทุเรียนหมอนทองกิโลกรัมละ 50 บาท หรือโปรโมชั่น ซื้อ 1 แถม 1 ส่งฟรีทั่วไทย หากวิเคราะห์ตามความเป็นจริง ทุเรียนเกรดพรีเมียมในตลาดปกติจะมีราคาอยู่ที่ 150-250 บาทต่อกิโลกรัม การขายที่ราคา 50 บาท จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ในเชิงธุรกิจ เพราะแค่ค่าขนส่งและแพ็กเกจจิ้งก็แทบจะกินทุนหมดแล้ว “ทุเรียนเกรดพรีเมียม ต้นทุนสูง ถ้าเจอราคาถูกผิดปกติ สันนิษฐานไว้ก่อนเลยว่าปลอม”
จุดที่ 2 การรีวิวปลอม ยอดไลก์หรือคอมเม้นปลอม
อย่าเพิ่งปักใจเชื่อเพียงเพราะเห็นยอดไลก์หรือคอมเมนต์เยอะ มิจฉาชีพยุคนี้ใช้ “หน้าม้า” และระบบปั๊มยอดเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือปลอมๆ การรีวิวที่ดูเหมือน Copy-Paste ตรวจสอบว่ารีวิวนั้นมาจากผู้ซื้อจริงที่มีตัวตน หากคอมเมนต์ดูเป็นแพทเทิร์นเดียวกันหมด ให้สงสัยไว้ก่อนว่าเป็นหน้าม้า
จุดที่ 3 ชื่อเพจที่มีสัญลักษณ์แปลกๆ
มิจฉาชีพมักใช้จุด (.) ขีด (-) หรือการเว้นวรรคแปลกๆ เช่น “สวน.ทุเรียน-ชื่อดัง” เพื่อลอกเลียนแบบเพจจริงที่มีชื่อเสียง เทคนิคนี้ใช้เพื่อเลี่ยงการตรวจจับของ Algorithm และเพื่อสร้างความสับสนให้ผู้ใช้งานที่มองผ่านๆ
จุดที่ 4 จิตวิทยา “นาทีทอง” เร่งรัดการตัดสินใจ
มิจฉาชีพมักใช้ข้อความว่า “เหลือ 2 เข่งสุดท้าย” หรือ “โปรโมชั่นนาทีทองเฉพาะ 5 นาทีนี้เท่านั้น” ความเร่งรีบคืออาวุธที่ทรงพลังที่สุดของมิจฉาชีพ เพราะเมื่อเราอยู่ในสภาวะรีบเร่ง สมองส่วนเหตุผลจะทำงานน้อยลงและทำให้เราลืมขั้นตอนการตรวจสอบข้อมูลที่สำคัญก่อนโอนเงิน

ขั้นตอนการตรวจสอบความโปร่งใส

1.ตรวจสอบความโปร่งใสของเพจ
เข้าไปที่หัวข้อ About (เกี่ยวกับ) ของเพจนั้นๆ แล้วดูประวัติการสร้างเพจ ประวัติการเปลี่ยนชื่อเพจ และตำแหน่งแอดมินเพจ
    • วันที่สร้างเพจ
      • เพจที่น่าเชื่อถือ : เปิดใช้งานมานาน มีประวัติการโพสต์เนื้อหาสม่ำเสมอ
      • เพจมิจฉาชีพ : เพิ่งสร้างเพจขึ้นมาใหม่ไม่กี่วัน หรือสร้างมาเพื่อรอช่วงเทศกาลสินค้าโดยเฉพาะ
    • ประวัติการเปลี่ยนชื่อ
      • เพจที่น่าเชื่อถือ : ไม่เคยเปลี่ยนชื่อ หรือเปลี่ยนชื่อที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเดิม
      • เพจมิจฉาชีพ : มีประวัติการเปลี่ยนชื่อหลายครั้ง หรือเปลี่ยนจากเพจบันเทิง เพจร้าง มาเป็นเพจขายของ
    • ตำแหน่งที่ตั้งแอดมิน
      • เพจที่น่าเชื่อถือ : แอดมินต้องอยู่ในประเทศไทย (สำหรับร้านค้าท้องถิ่น)
      • เพจมิจฉาชีพ : แอดมินอยู่ต่างประเทศ นี่คือสัญญาณอันตรายสูงสุดที่บ่งบอกว่าเป็นขบวนการมิจฉาชีพข้ามชาติ

 

2.การตรวจสอบประวัติผู้ขายผ่าน Blacklistseller.com
ก่อนจะกดยืนยันการโอนเงิน ต้องตรวจสอบ “บัญชีดำ” เพื่อความปลอดภัย โดยขอข้อมูลผู้ขาย ขอชื่อ-นามสกุลจริง และเลขบัญชีธนาคารจากผู้ขายให้ชัดเจน ไปที่เว็บไซต์ blacklistseller.com กรอกข้อมูลเลขบัญชีหรือชื่อผู้ขายลงในระบบ หากพบประวัติการโกง ให้ยุติการทำธุรกรรมทันที หากคุณพบเบาะแสหรือตกเป็นเหยื่อ ควรแจ้งข้อมูลเข้าระบบเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้อื่นถูกหลอกซ้ำ
3.ขอวิดีโอคอลเพื่อตรวจสอบสินค้าจริง
หากร้านค้าบอกว่ามีสินค้าจริง ให้ขอ “วิดีโอคอล” ดูหน้างานสินค้าของจริง ให้เขาเขียนชื่อเฟซบุ๊กของคุณลงในกระดาษแล้วถือคู่กับทุเรียน เพื่อป้องกันการเปิดวิดีโอที่บันทึกไว้ล่วงหน้า หากร้านค้าบ่ายเบี่ยงด้วยข้ออ้างสารพัด นั่นคือมิจฉาชีพแน่นอน!
4.เลือกชำระเงินปลายทาง (COD)
เลือกซื้อจากร้านที่มีบริการ เก็บเงินปลายทาง (COD) เท่านั้น เพราะสามารถตรวจสอบสินค้าได้ ก่อนจ่ายเงิน ป้องกันการถูกโกงจากมิจฉาชีพ

ช่องทางการแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือ

สายด่วน AOC 1441 ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ ติดต่อได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อระงับอายัดบัญชีและขอคำแนะนำ หรือแจ้งเบาะแสมิจฉาชีพ