วันที่ 27–28 พฤษภาคม 2569 นางสาวสุภาพันธุ์ ทองพยงค์ ศึกษาธิการจังหวัดเพชรบูรณ์ มอบหมายให้ นางสาวกฤติมา สุปน นักทรัพยากรบุคคลชำนาญการพิเศษ ร่วม“ประชุมเชิงปฏิบัติการการใช้งานระบบสำนักงานอัจฉริยะ (Smart Office) รุ่นที่ 2” โดยมี นายอิทธิกร ช่างสากล ที่ปรึกษาด้านเทคโนโลยีระบบสารสนเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานประชุม พร้อมด้วย บุคลากรจากสำนักงานศึกษาธิการทั่วประเทศที่ปฏิบัติงานในส่วนที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมอบรม ณ โรงแรม Madison Bangkok กทม.
>>นายอิทธิกร ช่างสากล กล่าวว่า กระทรวงศึกษาธิการกำลังเร่งขับเคลื่อนองค์กรสู่การเป็นหน่วยงานดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ ผ่านการพัฒนาระบบสำนักงานอัจฉริยะ (Smart Office) เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการบริหารงานและการให้บริการประชาชนในทุกมิติ โดยมุ่งเน้นให้บุคลากรสามารถปฏิบัติงานได้อย่างคล่องตัว ภายใต้แนวคิด “Work from Anywhere Anytime” ที่รองรับการทำงานได้ทุกที่ทุกเวลา ลดข้อจำกัดด้านสถานที่และเอกสาร พร้อมเพิ่มความรวดเร็วในการตัดสินใจและการสื่อสารภายในองค์กร
>>การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล สิ่งสำคัญคือการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้งานและการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้สามารถปรับตัวและใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยข้อมูลจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) พบว่า แรงงานจำนวนมากยังอยู่ในกลุ่มงานที่มีความเสี่ยงต่อการถูกแทนที่ด้วยระบบอัตโนมัติและ AI ดังนั้น การเรียนรู้ทักษะดิจิทัลและการประยุกต์ใช้ AI จึงกลายเป็นทักษะสำคัญสำหรับบุคลากรภาครัฐในอนาคต
>>ในส่วนของการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี AI สป.ศธ. ให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีอุบัติใหม่ มาพัฒนาระบบบริหารจัดการภายในองค์กร โดยเชื่อมโยงข้อมูลสำคัญของหน่วยงาน เช่น ข้อมูลงบประมาณ ระเบียบราชการ และฐานข้อมูลสารสนเทศต่าง ๆ เพื่อให้ AI ทำหน้าที่เป็น “ผู้ช่วยอัจฉริยะ” ในการวิเคราะห์ข้อมูล สรุปภาพรวม และสนับสนุนการตัดสินใจเชิงนโยบายของผู้บริหารได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
>>สำหรับการพัฒนาระบบงานภายใน สป.ศธ. เตรียมผลักดันระบบเอกสารอิเล็กทรอนิกส์และระบบลงนามอิเล็กทรอนิกส์ (E-Signature) เพื่อสนับสนุนการบริหารราชการในรูปแบบดิจิทัลอย่างครบวงจร โดยมีกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องรองรับอย่างชัดเจน ทั้งพระราชบัญญัติการปฏิบัติราชการทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงแนวทางจากหน่วยงานกลาง เช่น สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) สำนักงบประมาณ และกรมบัญชีกลาง ซึ่งจะช่วยลดขั้นตอนการดำเนินงานและเพิ่มความคล่องตัวในการปฏิบัติราชการมากยิ่งขึ้น
>>นอกจากนี้ ยังมีแผนนำ AI มาช่วยประมวลผลข้อมูลด้านการศึกษา อาทิ ข้อมูลนักเรียนรายพื้นที่ เพื่อวิเคราะห์แนวโน้มและความต้องการของผู้เรียนในแต่ละพื้นที่ อันจะช่วยให้การกำหนดนโยบายด้านการศึกษามีความตรงจุดและตอบโจทย์ประชาชนมากยิ่งขึ้น ควบคู่กับการพัฒนาระบบบริการประชาชนผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล เช่น ระบบตอบคำถามอัตโนมัติผ่าน Line Official ที่จะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลของกระทรวงศึกษาธิการได้สะดวก รวดเร็ว ตลอด 24 ชั่วโมง และลดภาระการให้บริการของสายด่วน ศธ. 1579
>>อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญ คือ การพัฒนาระบบบริหารงานบุคคลและระบบเงินเดือนในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (Paperless) เพื่อลดการใช้กระดาษ ลดขั้นตอนการดำเนินงาน และเพิ่มความสะดวกให้กับผู้ใช้งาน แม้ในช่วงเริ่มต้นอาจยังมีข้อจำกัดด้านรูปแบบเอกสารที่แตกต่างกันในแต่ละประเภทตำแหน่ง แต่ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สป.ศธ. พร้อมเปิดรับข้อเสนอแนะจากผู้ใช้งาน เพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาระบบให้ตอบโจทย์การใช้งานจริงมากยิ่งขึ้น
“การพัฒนาระบบดิจิทัลในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริหารราชการให้มีความทันสมัย โปร่งใส และคล่องตัวมากขึ้น โดยใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสำคัญในการลดภาระงาน เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และยกระดับการบริการประชาชน เพื่อขับเคลื่อน สป.ศธ. สู่การเป็นองค์กรดิจิทัลที่พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคตอย่างยั่งยืน”
