หลุมพรางมิจฉาชีพช่วงเปิดเทอม พ่อแม่ผู้ปกครองต้องระวัง!!
ช่วงเปิดเทอมแบบนี้ คุณพ่อคุณแม่หลายท่านกำลังอยู่ในโหมด “วุ่นวายระดับสิบ” ทั้งเตรียมชุดนักเรียน ต่อคิวซื้อหนังสือ แถมแจ้งเตือนในกลุ่ม LINE ห้องเรียนก็เด้งรัวๆ จนอ่านแทบไม่ทัน ความโกลาหลในช่วงรอยต่อเปิดภาคเรียนที่เป็นช่องโหว่ให้มิจฉาชีพนำมาใช้โจมตี โดยเฉพาะครอบครัวที่มี “ลูกหลานวัยประถมและมัธยม” ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักที่คนร้ายมักแอบอ้างเป็นคุณครูหรือเจ้าหน้าที่โรงเรียน บทความนี้จะบอกถึง 3 กลโกงที่ ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ตรวจพบ เพื่อให้คุณ “รู้เท่าทัน” และ “ป้องกัน” เงินในกระเป๋าได้
แชทครูปลอมให้โอนเงินค่าเทอม
กลโกงที่พบบ่อยที่สุดคือการทักแชทส่วนตัวหรือแจ้งในกลุ่มเพื่อทวงค่าเทอม ค่ากิจกรรม หรือค่าหนังสือ และอ้างว่า “ระบบโรงเรียนมีปัญหา” หรือ “ต้องโอนด่วนภายในวันนี้” เพื่อให้เราตัดสินใจภายใต้ความกดดัน จุดสังเกตที่สำคัญที่สุดคือ “บัญชีธนาคาร” มิจฉาชีพจะส่งเลขบัญชีส่วนตัว (ชื่อบุคคล) มาให้ ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว การทำธุรกรรมกับโรงเรียนต้องผ่านบัญชีในนามโรงเรียนหรือนิติบุคคลเท่านั้น แม้เขาจะอ้างว่าระบบขัดข้องแค่ไหน ก็ห้ามโอนเข้าบัญชีส่วนตัวเด็ดขาด
ลิงก์เช็กเกรดปลอม
มิจฉาชีพจะส่ง SMS หรือลิงก์ผ่านแชทกลุ่ม โดยอ้างว่าเป็นระบบใหม่ของโรงเรียน เช่น คลิกลิงก์เพื่อเช็กผลการเรียน ลงชื่อสมัครกิจกรรมเสริม หรืออัปเดตข้อมูลนักเรียน เมื่อคุณคลิกลิงก์นั้นจะนำคุณไปยังเว็บไซต์ปลอมที่หน้าตาเหมือนเว็บโรงเรียน เพื่อหลอกให้คุณกรอกรหัสผ่าน หรือหลอกเอาเลข OTP
วิธีป้องกันภัย
• ห้าม กดลิงก์ที่ส่งมาจากแชทที่ไม่น่าเชื่อถือ หรือไม่ได้มาจากประกาศอย่างเป็นทางการ
• ห้าม กรอกรหัส OTP ลงในหน้าเว็บไซต์ใดๆ ที่ลิงก์ส่งมาเด็ดขาด เพราะนั่นคือ กุญแจที่คนร้ายจะใช้ไขเข้าบัญชีเงินฝากของคุณ
หลอกว่าลูกหลานประสบอุบัติเหตุ
นี่คือกลโกงที่เล่นกับความรักและความห่วงใยของคนเป็นพ่อแม่ โดยมิจฉาชีพจะโทรศัพท์มาหาโดยตรง สวมรอยเป็นครูห้องพยาบาลหรือเจ้าหน้าที่โรงเรียน แจ้งว่าลูกของคุณ “ป่วยหนัก” หรือ “เกิดอุบัติเหตุร้ายแรง” ต้องเข้าโรงพยาบาลกะทันหัน และต้องให้คุณรีบโอนเงินค่ารักษาพยาบาลด่วนที่สุด จุดสังเกตสำคัญของกลโกงนี้คือ มิจฉาชีพจะพยายาม “ไม่ให้คุณวางสาย” โดยจะพูดจี้ถามหรืออ้างว่าต้องถือสายไว้เพื่อประสานงานกับหมอ ทำไมถึงไม่ให้เราวางสาย? เพราะความตกใจจะทำให้คุณขาดสติ การรั้งคุณไว้ในสายคือการป้องกันไม่ให้คุณได้มีโอกาสโทรหาลูก หรือโทรเช็กกับโรงเรียนเพื่อพบความจริงว่าลูกยังนั่งเรียนอยู่ตามปกติ
วิธีรับมือ เมื่อได้รับสายแบบนี้ ให้ตั้งสติให้มั่น วางสายทันที! แล้วโทรกลับไปที่เบอร์โทรศัพท์ของโรงเรียน หรือโทรหาครูประจำชั้น หรือคนใกล้ชิดที่อยู่กับลูกในเวลานั้นโดยตรง เพื่อยืนยันความปลอดภัยของลูกก่อนเป็นอันดับแรก
อาวุธที่น่ากลัวของมิจฉาชีพไม่ใช่โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ซับซ้อน แต่คือความรีบของเรา โดยเฉพาะในช่วงเปิดเทอมที่เร่งรีบแบบนี้ การสละเวลาเพียง 1-2 นาทีเพื่อ “เช็กให้ชัวร์” จะเป็นเกราะป้องกันที่ดีที่สุด
——————————
ที่มา : เพจตำรวจสอบสวนกลาง
