รองปลัด ศธ. “สุรศักดิ์” ลงพื้นที่ขับเคลื่อนนโยบาย ศธภ.2 ย้ำบทบาท “โซ่ข้อกลาง” สลาย “แท่ง” สร้าง “ทีม”การศึกษาไทย มุ่งเป้าเด็กหลุดระบบต้องเป็นศูนย์

ปทุมธานี – 5 พฤษภาคม 2569 / ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ มอบหมายให้ นายสุรศักดิ์ อินศรีไกร รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในการประชุมติดตามประเมินผลการดำเนินงานขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ และติดตามเร่งรัดการเบิกจ่ายงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อรับทราบผลการดำเนินงานและปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติงานในพื้นที่ ณ ห้องประชุมไทยวิรัช สำนักงานศึกษาธิการภาค 2

รองปลัด ศธ. เน้นย้ำว่าการลงพื้นที่ครั้งนี้เพื่อรับทราบสภาพปัญหาจริงในการปฏิบัติงานของสำนักงานศึกษาธิการภาค (ศธภ.) และสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) โดยต้องการเห็นการทำงานที่เป็นทีมภายใต้นโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

“ขอให้พวกเรา บุคลากรในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ตระหนักและให้ความสำคัญกับการทำงานในพื้นที่ อยากเห็นความเข้มแข็งและการทำงานเป็นทีมของ ศธภ. และ ศธจ.” รองปลัด ศธ.กล่าว

ย้ำบทบาท “โซ่ข้อกลาง” และการทำงานแบบ “ทีมการศึกษาไทย”

ในโอกาสนี้ นายสุรศักดิ์ อินศรีไกร ได้กล่าวถึงประเด็นสำคัญในการขับเคลื่อนงาน โดยระบุว่าสำนักงานศึกษาธิการภาค (ศธภ.) และสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ถูกจัดตั้งขึ้นตามคำสั่งที่ 19/2560 เพื่อทำหน้าที่เป็น “โซ่ข้อกลาง” เชื่อมโยงการทำงานทุกระดับและเป็นผู้แทนกระทรวงศึกษาธิการในพื้นที่ ถึงแม้ว่าสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดจะไม่มีโรงเรียนในสังกัดและไม่มีอำนาจบังคับบัญชาโดยตรง แต่หัวใจสำคัญคือการทำงานแบบ “ทีมการศึกษาไทย” ที่ต้องประสานงานกับทุกหน่วยงานเพื่อสลายความเป็น “แท่ง” ให้กลายเป็นทีมเดียวกัน

นอกจากนี้ ยังได้ฝากประเด็นสำคัญเรื่องการจัดการข้อมูล โดยย้ำว่าข้อมูลในระดับจังหวัดและภาคต้องมีความถูกต้องและเป็น Big Data ที่เชื่อมโยงกัน เพื่อให้สามารถตอบโจทย์การพัฒนาการศึกษาต่อผู้ว่าราชการจังหวัดได้ทันที

สรุปผลการดำเนินงานสำนักงานศึกษาธิการภาค 2 และจังหวัดในพื้นที่ สำนักงานศึกษาธิการภาค 2 (ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม และสมุทรปราการ) ได้นำเสนอข้อมูลภาพรวม ดังนี้

  • ข้อมูลพื้นฐาน มีสถานศึกษาในรับผิดชอบรวม 3,365 แห่ง มีนักเรียนรวม 1,640,933 คน ซึ่งระดับประถมศึกษาเป็นกลุ่มที่ใหญ่ที่สุด
  • การขับเคลื่อนนโยบาย มีโครงการสำคัญ 10 โครงการ เช่น โครงการสร้างพลเมืองดีตามรอยพระยุคลบาท, โครงการพัฒนาเด็กปฐมวัย และโครงการ Thailand Zero Dropout
  • สถานการณ์เด็กนอกระบบ (TZD) (ข้อมูล ณ วันที่ 30 เมษายน 2569) พบเด็กนอกระบบในพื้นที่รวม 212,257 คน ดำเนินการติดตามแล้ว 15,481 คน พบตัวตน 7,094 คน และอยู่ระหว่างการติดตามอีก 196,776 คน
  • ผลการเบิกจ่ายงบประมาณ ภาพรวมเบิกจ่ายแล้วร้อยละ 38.59

และ ศธจ. สมุทรปราการ ได้รายงานความก้าวหน้าโครงการยกระดับคุณภาพการศึกษาผ่านกลไก กศจ. โดยมีการนิเทศติดตามสถานศึกษาเป้าหมาย 21 แห่ง และดำเนินกิจกรรมพัฒนาครูด้าน Active Learning และการประยุกต์ใช้ AI ในการจัดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

รองปลัด ศธ. กล่าวเพิ่มเติมว่า ความท้าทายของ ศธภ. และ ศธจ. ในประเด็นหลักคือ เนื่องจาก ศธจ. ไม่มีอำนาจบังคับบัญชาโดยตรงต่อหน่วยงานอื่นหรือโรงเรียน แต่ต้องเป็นผู้นำในการบูรณาการ
“เราจะทำอย่างไรให้หน่วยงานอื่นยอมรับและร่วมมือกับเราเพื่อขับเคลื่อนการศึกษาในลักษณะ MOE One Team”

เพื่อตอบโจทย์นโยบายสำคัญและการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งเน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน โดยมี 5 นโยบายหลักที่ต้องขับเคลื่อน คือ

  • คืนเวลาให้ครู คืนอนาคตให้เด็ก ลดภาระงานครู เช่น การปรับระบบอาหารกลางวันให้ท้องถิ่นดูแล และปรับการประเมินจากเอกสารมาเป็นผลการเรียนรู้จริง
  • รื้อสูตรความเหลื่อมล้ำ ปรับการจัดสรรงบประมาณที่ไม่ยึดติดแค่รายหัว และสานต่อนโยบาย Thailand Zero Dropout
  • ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริง เน้นสมรรถนะ เทคโนโลยี AI และการจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาทุนมนุษย์
  • โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัย จัดตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพในทุกจังหวัด
  • สร้างสถาปัตยกรรมใหม่ด้วย พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ

ที่สำคัญต้องมีกลยุทธ์การทำงานและทัศนคติของบุคลากรที่ดี เพื่อให้งานสำเร็จ รองปลัด ศธ. เสนอแนวทาง “จากแท่งสู่ทีม” โดยต้องสลายความเป็นแท่งในพื้นที่ให้ได้

” ศธจ. และ ศธภ. ต้องเป็นนักประสานงาน มีกัลยาณามิตร ใจกว้าง และมีวิสัยทัศน์ เพราะเราไม่ได้ทำงานด้วยพระเดช (อำนาจสั่งการ) แต่ต้องทำงานด้วยพระคุณ และการประสานงาน” รองปลัด ศธ.กล่าว

โดยรองปลัด ศธ. ได้กล่าวในตอนท้ายว่า “ความสามัคคีภายในองค์กรว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการสร้างความเชื่อมั่น ดังนั้น คนที่จะทำร้ายหน่วยงานเราได้ ไม่ใช่คนภายนอก แต่คือคนของเราเอง หากขาดความรักความสามัคคีก็ยากที่จะให้คนอื่นมายอมรับ… ศึกนอกพี่จัดการให้ แต่ขออย่าให้เกิดศึกในเลย”

การประชุมในครั้งนี้ มีคณะผู้บริหารจากสำนักงานศึกษาธิการภาค 2 และสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดในพื้นที่เข้าร่วม ได้แก่ ผู้บริหารระดับกระทรวงและระดับภาค : นายธนภัทร แสงจันทร์ รองศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการภาค 2 รักษาการในตำแหน่ง ศึกษาธิการภาค สำนักงานศึกษาธิการภาค 2

ผู้บริหารระดับจังหวัด : นายณัทชัย ใจเย็น ศึกษาธิการจังหวัดนนทบุรี, นางจิตฤดี ขวัญพุฒ รองศึกษาธิการจังหวัดนนทบุรี ,นางณัฏฐวีภรณ์ ทิพยวาศรี ศึกษาธิการจังหวัดปทุมธานี, นางทองเจือ เอี่ยมธนานุรักษ์ รองศึกษาธิการจังหวัด รักษาการในตำแหน่ง ศึกษาธิการจังหวัดนครปฐม, นางสาวเจตสุมนต์ สุเมธีประดิษฐ์ รองศึกษาธิการจังหวัดสมุทรปราการ, นายมนตรี เดชรักษา รองศึกษาธิการจังหวัดปทุมธานี

ผู้อำนวยการกลุ่มงานต่าง ๆ : นายบำรุง เฉียบแหลม ผู้อำนวยการกลุ่มบริหารงานบุคคล (สำนักงานศึกษาธิการภาค 2), นางสาวศุภลักษ์ บุตรจันทร์ ผู้อำนวยการกลุ่มอำนวยการ (สำนักงานศึกษาธิการภาค 2), นางกนกวรรณ บุญมาสุข: ผู้อำนวยการกลุ่มตรวจราชการและติดตามประเมินผล (สำนักงานศึกษาธิการภาค 2), นางสาวนันท์นภัส เขียวเกษม: ผู้อำนวยการกลุ่มนโยบายและแผน (ศธจ.นนทบุรี), นายสิทธิพร สุดพรหม ผู้อำนวยการกลุ่มนโยบายและแผน (ศธจ.ปทุมธานี), นางเขมิกา อารีญาติ ผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผล (ศธจ.สมุทรปราการ)และ นายสุรศักดิ์ สุระเสน ผู้อำนวยการกลุ่มนโยบายและแผน (ศธจ.สมุทรปราการ)

สุกัญญา จันทรสมโภชน์ : ข่าว-กราฟิก
สมประสงค์ ชาหารเวียง : ภาพ
ภาพเพิ่มเติม : https://www.facebook.com/share/p/1Ae8ddTgC5/?mibextid=wwXIfr