(ศธจ.เพชรบูรณ์) “ประชุมเชิงปฏิบัติการโครงการขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพการศึกษาแลประสิทธิภาพการศึกษา โดยผ่านกลไกของ กศจ. ครั้งที่ 2/2569”

วันพุธที่ 29 เมษายน 2569 เวลา 09.30 น. สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเพชรบูรณ์ จัด “ประชุมเชิงปฏิบัติการขับเคลื่อนโครงการขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพการศึกษาแลประสิทธิภาพการศึกษา โดยผ่านกลไกของ กศจ. ครั้งที่ 2/2569” โดยมี นางสาวสุภาพันธุ์ ทองพยงค์ ศึกษาธิการจังหวัดเพชรบูรณ์  เป็นประธานประชุม พร้อมด้วย นางขวัญนภา จันทร์ดี รองศึกษาธิการจังหวัดเพชรบูรณ์ นางสาววราภรณ์ ผึ่งผาย ผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศ ติดตามและประเมินผล คณะศึกษานิเทศก์ ผู้แทนหน่วยงานทางการศึกษา/สถานศึกษา และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม เพื่อขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพการศึกษาแลประสิทธิภาพการศึกษาจังหวัดเพชรบูรณ์ โดยผ่านกลไกของ กศจ. ณ ห้องประชุมสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเพชรบูรณ์ และ ผ่านระบบ Zoom meeting

>>รายละเอียดการประชุม ดังนี้
– ทบทวนประกาศแต่งตั้งคณะกรรมการโครงการขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพ การศึกษาและประสิทธิภาพการศึกษา โดยผ่านกลไกของ กศจ.

– พิจารณา (ร่าง) รูปแบบ/แนวทางการขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพ การศึกษาจังหวัดเพชรบูรณ์

– ชี้แจงแนวทางการดำเนินงานตามนโยบายรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

>>โดยมีกรอบนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ 5 ภารกิจหลัก ดังนี้

1.คืนเวลาให้ครูเพื่อคืนอนาคตให้เด็ก ที่ผ่านมาครูมีภารกิจทั้งงานเอกสาร ภารกิจที่เกี่ยวกับการจัดอาหารกลางวันของเด็ก และภารกิจที่ครูทำเพิ่มเติมหลายโครงการ ทำให้เวลาที่เหลือในการเรียนการสอนมีน้อย จึงได้ให้แนว ทางการสั่งยุบรวมโครงการที่ซ้ำซ้อนให้ลดลง และนำเรื่องของเทคโนโลยีดิจิทัล AI เข้ามาใช้แบ่งเบาภาระด้านเอกสารงานธุรการ รวมถึงการปรับเกณฑ์ประเมินผู้บริหารที่ต้องนำผลลัพธ์ของผู้เรียนเป็นหลักแทนการ สะสมรางวัล สิ่งที่ให้ความสำคัญคือผู้เรียนและความเหลื่อมล้ำของช่องว่างระหว่างในเมืองกับชนบท และเรื่อง ของบัณฑิตที่จบมาแล้วขาดทักษะแรงงานที่ยุคใหม่ต้องการ

  1. รื้อสูตรความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณและโอกาส “นโยบายเรียนฟรีไม่ใช่แค่วาทกรรม ทรัพยากรต้องพุ่งตรงไปสนับสนุนเด็กที่ขาดแคลนและโรงเรียนที่ต้องการมากที่สุด” จึงต้องการรื้อสูตรงบประมาณรายหัวเพื่อลดความเหลื่อม ล้ำ จัดสรรตามความต้องการอย่างแท้จริงตามความจำเป็นของบริบทพื้นที่ รวมถึง Thailand Zero Dropout ทำให้เด็กหลุดระบบการศึกษาไทยเป็น 0 ให้ได้ ยกระดับทุน ODOS รูปแบบใหม่เพื่อรับประกันว่า เด็กเก่งเด็กเรียนดีทุกอำเภอได้รับการศึกษาเท่าเทียมกัน ส่วนการลดภาระครูเรื่องอาหารกลางวันจะนำร่อง ระบบครัวกลางหรือ “Cloud Kitchen” เพื่อให้ครูไม่ต้องเหนื่อยหรือกลายเป็นครูแม่ครัวไปจนถึงการจัดซื้อจัด จ้างในเรื่องนี้อีกต่อไป ตามเป้าหมายคือที่โรงเรียนนวัตกรรมที่จะเป็น Sandbox พื้นที่นำร่อง ให้ครูได้พัฒนา ทักษะที่จำเป็นต่อการเรียนการสอนโดยจะทำงานร่วมกับกระทรวงอื่นที่เกี่ยวข้อง

3.ยกระดับการเรียนรู้สู่โลกความจริงเปลี่ยนจากท่องจำหลักสูตรฐานสมรรถนะ นำหลักคิดวิเคราะห์ไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง โดยเตรียมความพร้อมเปลี่ยนเป็นการใช้ AI อย่างมีวิจารณญาณในฐานะเครื่องมือสร้างสรรค์ เพื่อนำเป็นแนวทางในการสอบ PISA ที่ ORCD ใช้เป็นเกณฑ์วัดในปี 2029 โดยจะตั้ง คณะกรรมการ Human Capital Superboard เป็นบอร์ดใหญ่พัฒนาทุนมนุษย์ ดึงเครดิตแบงค์ ระบบ E-Portfolio ให้การเรียนไร้รอยต่อ ร่วมงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้ององค์กรระดับโลกเพื่อสร้างเด็กไทยให้เป็น พลเมืองโลก

5.โรงเรียนต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยอย่างแท้จริงทั้งมิติของร่างกายและจิตใจ นำศูนย์พิทักษ์สิทธิและเสรีภาพ จากโมเดล AOC ที่เป็นศูนย์ปฏิบัติการ 24 ชั่วโมง จัดทีมขึ้นมาเพื่อปกป้องเด็กและบุคลากรทางการศึกษาจากภัยทุกรูปแบบ รวมถึงปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานที่อันตรายจากระบบน้ำ ไฟ อาคารสถานที่ ให้ปลอดภัย โรงเรียน

5.สร้างสถาปัตยกรรมใหม่ด้วย พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ผลักดันให้เป็นธรรมนูญการศึกษาและการเรียนรู้ของประเทศ ปลดล็อกหลักสูตรที่ไม่ทันโลกพัฒนาสนับสนุน วิชาชีพครูอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อคุ้มครองผู้เรียนที่หลากหลาย