5 กุมภาพันธ์ 2569 – นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางการดำเนินงานโครงการขับเคลื่อนประเทศไทยเพื่อแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ (Thailand Zero Dropout) ปี 2569 โดยนายสมใจ วิเศษทักษิณ หัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วม ณ ห้องประชุมจันทรเกษม กระทรวงศึกษาธิการ และ ผ่านระบบ zoom meeting
ปลัด ศธ. กล่าวว่า วันนี้เป็นการหารือภาพรวมและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับดำเนินงาน โดยได้มอบหมายให้ศึกษาธิการภาคในฐานะผู้ตรวจราชการ ร่วมกับศึกษาธิการจังหวัด ขับเคลื่อนนโยบายให้เกิดผลเป็นรูปธรรมผ่านการจัดทำโมเดลต้นแบบจังหวัด 1 อำเภอ 1 ตำบล เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ก่อนถอดบทเรียนและขยายผลครอบคลุมทั่วประเทศ เน้นการจัดการศึกษาที่ยืดหยุ่นและสอดคล้องกับบริบทพื้นที่และผู้เรียนในแต่ละจังหวัด
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้พิจารณาหารือแนวทางการดำเนินงานโครงการขับเคลื่อนประเทศไทยเพื่อแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ (Thailand Zero Dropout)
ปี 2569 และรับทราบการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาให้กลายเป็นศูนย์ ของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่เป็นไปอย่างเข้มแข็งและเป็นระบบ โดยใช้กลไกผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นกลไกหลักในการติดตามความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการ Thailand Zero Dropout ของหน่วยงานในระดับพื้นที่อย่างเป็นระบบ พร้อมทั้งกำหนดแนวทางการติดตามในระยะยาวต่อไป
เวลาต่อมา นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัด ศธ. เป็นประธานการประชุมผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ครั้งที่ 1/2569
ปลัด ศธ. กล่าวเพิ่มเติมว่า การประชุมผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการในวันนี้ เป็นการชี้แจงบทบาทและแนวทางการปฏิบัติงาน ในยุคนี้ผู้ตรวจราชการต้องทำหน้าที่เปรียบเสมือนเป็นผู้แทนรัฐมนตรี และทำหน้าที่ของศึกษาธิการภาคในลงพื้นที่ตรวจติดตามการขับเคลื่อนนโยบายในระดับพื้นที่ ประเมินผลความก้าวหน้า ความสำเร็จ รวมถึงรับทราบปัญหาและอุปสรรค เพื่อนำเสนอรัฐมนตรีรับทราบและมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการแก้ไขตามอำนาจหน้าที่ ใช่แพลตฟอร์ม AI ที่ได้รับการพัฒนาค่อนข้างสมบูรณ์ลิงก์ข้อมูลจากหน่วยงานต่าง ๆ เข้ามาอยู่ภายใต้ฐานข้อมูลเดียวกันให้ชัดเจนจะได้ไม่เสียเวลาในการลงพื้นที่และใช้ทุกเทคโนโลยีให้ถูกต้อง
หากดูตามหลักกฎหมายผู้ตรวจราชการมีบทบาทในการตรวจติดตามและให้ข้อเสนอแนะ ส่วนศึกษาธิการภาคมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบาย ออกแบบการดำเนินงานในพื้นที่รับผิดชอบ และกำกับติดตามผลด้วยตนเอง
และอยากเน้นย้ำให้สร้างวัฒนธรรมที่ถูกต้องด้วยแนวทาง “กัลยาณมิตร” เพื่อสร้างความร่วมมือและความเข้าใจอันดีไม่สร้างภาระให้กับคนที่ต้อนรับอยู่ในพื้นที่ ปฏิบัติหน้าที่ควบคู่กับการตรวจและการขับเคลื่อนนโยบายอย่างมีประสิทธิภาพ และขอให้ลงพื้นที่ตรวจติดตามโดยยึดหลักความเหมาะสม ประหยัด และเรียบง่าย ลดขั้นตอนการต้อนรับที่เกินความจำเป็น
ทั้งนี้ ที่ประชุมได้พิจารณา (ร่าง) คู่มือการตรวจราชการและติดตามประเมินผล ตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการตรวจราชการ การติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผล และนิเทศการศึกษา
พ.ศ. 2568 และแนวทางการพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อการตรวจราชการ การติดตามตรวจสอบและประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ (e- Inspection) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 – 2570 พร้อมรับทราบถึงนโยบายและแผนการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของ
กระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 รวมถึงคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง มอบหมายให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ รับผิดชอบเขตตรวจราชการ คำสั่งสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง ให้ข้าราชการรักษาการในตำแหน่ง ศึกษาธิการภาค และปฏิบัติหน้าที่ศึกษาธิการภาค และเครื่องมือการตรวจราชการและติดตามประเมินผลการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569
พบพร ผดุงพล , ปวีณา ดาคำ / ข่าว , กราฟิก
ศศิวัฒน์ แป้นคุ้มญาติ / ภาพ
