รู้จักแอปพลิเคชัน DE-fence เกราะป้องกันสู้ภัยมิจฉาชีพทางโทรศัพท์และ SMS
ในยุคที่การสื่อสารไร้พรมแดน ปัญหาการหลอกลวงทางโทรศัพท์ (Scam Call) และข้อความ SMS กลายเป็นภัยคุกคามใกล้ตัวที่สร้างความเสียหายและความกังวลให้กับผู้คนจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ หรือ SMS แนบลิงก์ปลอมเพื่อขโมยข้อมูล ภัยเหล่านี้ล้วนมีเป้าหมายที่เงินในกระเป๋าและความปลอดภัยของเรา เพื่อรับมือกับปัญหานี้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กสทช. และผู้ให้บริการเครือข่ายชั้นนำ ได้ร่วมกันพัฒนา “DE-fence” แพลตฟอร์มป้องกันการโทรหลอกลวงรูปแบบใหม่ที่ทรงพลัง เปรียบเสมือนเกราะป้องกันอัจฉริยะที่จะช่วยให้ประชาชนรู้เท่าทันและปลอดภัยจากกลโกงของมิจฉาชีพ
DE-fence คืออะไร
DE-fence คือ แพลตฟอร์มป้องกันการโทรหลอกลวง ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นศูนย์กลางในการบูรณาการข้อมูลและสกัดกั้นภัยคุกคามทางไซเบอร์ โดยทำหน้าที่คัดกรองสายเรียกเข้าและข้อความ SMS ที่น่าสงสัยก่อนที่จะมาถึงตัวเรา เป้าหมายหลักของแพลตฟอร์มนี้ คือการสร้างระบบนิเวศแห่งความปลอดภัย โดยเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายอย่าง ตำรวจ หน่วยงานกำกับดูแลอย่าง กสทช. และ ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือ เพื่อให้สามารถระบุเบอร์ของมิจฉาชีพและแจ้งเตือนประชาชนได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำที่สุด ซึ่งนับเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หลักการทำงาน: DE-fence รู้ทันมิจฉาชีพได้อย่างไร
หัวใจสำคัญของ DE-fence คือการใช้ฐานข้อมูลที่เชื่อมต่อกันแบบ Real-time เพื่อวิเคราะห์และแบ่งประเภทของสายเรียกเข้าและ SMS ที่เราได้รับออกเป็น 3 กลุ่มหลัก เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องว่าจะรับสาย, เพิกเฉย, หรือกดบล็อกทันที
การแบ่งกลุ่มและแจ้งเตือนของ DE-fence สามารถสรุปได้ดังนี้
- กลุ่มที่ 1 มิจฉาชีพ (สีแดง) : เป็นเบอร์โทรศัพท์ที่ได้รับการตรวจสอบและยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (เช่น ตำรวจ) แล้วว่าเป็นของมิจฉาชีพอย่างแน่นอน เมื่อเบอร์กลุ่มนี้โทรเข้ามา แอปจะขึ้นแจ้งเตือนเป็นป้ายสีแดงว่า “อันตราย” พร้อมแนะนำให้เรากด Block หรือปฏิเสธสายได้ทันที
- กลุ่มที่ 2 ระวัง/ต้องสงสัย (สีเหลือง) : เป็นเบอร์ที่อาจมีความเสี่ยง แต่ยังไม่ถูกยืนยันว่าเป็นมิจฉาชีพ 100% เช่น เบอร์ที่โทรจากต่างประเทศ, เบอร์ที่โทรผ่านอินเทอร์เน็ต (VoIP), หรือเบอร์ที่ประชาชนเคยแจ้งว่าเป็นเบอร์น่าสงสัย แอปจะขึ้นแจ้งเตือนเป็นป้ายสีเหลืองให้ “ระวัง” เพื่อให้เราใช้ความรอบคอบในการสนทนาเป็นพิเศษ
- กลุ่มที่ 3 ชื่อลงทะเบียน (สีเขียว) : เป็นเบอร์ที่ได้รับการลงทะเบียนและยืนยันตัวตนอย่างถูกต้องจากหน่วยงานต่างๆ ที่น่าเชื่อถือ เช่น หน่วยงานราชการ, สถาบันการเงิน, บริษัทประกันภัย, หรือบริษัทขนส่ง เมื่อเบอร์กลุ่มนี้โทรมา แอปจะแสดงผลเป็นป้ายสีเขียวพร้อม “ชื่อลงทะเบียน” ทำให้เรารู้ได้ทันทีว่าใครโทรมา
นอกจากการแจ้งเตือนที่ชัดเจนแล้ว แอปพลิเคชัน DE-fence ยังมาพร้อมกับเครื่องมือช่วยเหลืออื่นๆ ที่ทำให้การป้องกันภัยเป็นไปอย่างครบวงจร
ฟีเจอร์เด่นในแอปพลิเคชัน DE-fence
แอปพลิเคชัน DE-fence ถูกออกแบบมาให้ใช้งานง่ายและมีฟีเจอร์ที่ครอบคลุมการป้องกันภัยจากมิจฉาชีพ ดังนี้
- แจ้งเตือนการโทรเข้าและ SMS : นี่คือฟีเจอร์หลักที่เป็นระบบคัดกรองอัตโนมัติ โดยจะแสดงป้ายกำกับ อันตราย ระวัง หรือ ชื่อลงทะเบียน ทันทีเมื่อมีสายหรือข้อความเข้ามา ทำให้คุณรู้ได้ทันทีว่าควรรับหรือไม่
- การตรวจสอบเบอร์ : หากคุณมีเบอร์โทรศัพท์หรือ SMS ที่น่าสงสัย สามารถนำเบอร์นั้นมาค้นหาในแอปพลิเคชันเพื่อตรวจสอบความเสี่ยงและความน่าเชื่อถือได้ด้วยตนเอง
- การช่วยเหลือและให้คำปรึกษา : เป็นช่องทางสำหรับผู้ใช้งานในการช่วยกันสร้างสังคมที่ปลอดภัย โดยสามารถ “แจ้งเบาะแส” เบอร์หรือ SMS ที่ต้องสงสัยเพื่อให้ระบบนำไปตรวจสอบต่อไป
- การแจ้งความออนไลน์ : ในกรณีที่ตกเป็นเหยื่อหรือต้องการดำเนินคดี แอปพลิเคชันได้เชื่อมต่อไปยังระบบการแจ้งความออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้เสียหาย
- การติดต่อ 1441 : เป็นช่องทางลัดสำหรับติดต่อศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) สายด่วน 1441 โดยตรง เพื่อขอคำปรึกษาหรือดำเนินการระงับบัญชีของมิจฉาชีพได้อย่างทันท่วงที
ช่องทางดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน DE-fence
ขณะนี้ แพลตฟอร์ม DE-fence ได้เปิดให้ประชาชนทั่วไปสามารถดาวน์โหลดเพื่อใช้งานได้แล้วใน เวอร์ชันทดลอง (BETA version) ซึ่งเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการสร้างเครือข่ายการป้องกันที่แข็งแกร่ง สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน DE-fence ได้ผ่าน App Store สำหรับ iOS และ Google Play สำหรับ Android


ที่มา : สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ


