ถอดรหัสกลโกง “หมอดูออนไลน์” รู้ทันก่อนให้ข้อมูล
การดูดวงเป็นความเชื่อส่วนบุคคลที่หลายคนใช้เป็นที่พึ่งทางใจ แต่ในปัจจุบัน ความเชื่อนี้ได้กลายเป็นช่องโหว่ให้มิจฉาชีพฉวยโอกาสแฝงตัวมาในคราบ “หมอดูออนไลน์” หรือเพจ “ดูดวงแม่น 100%” เพื่อหลอกลวงเหยื่อ เอกสารฉบับนี้จะถอดรหัสกลโกงเหล่านี้ทีละขั้นตอน เพื่อให้คุณรู้เท่าทันและป้องกันตัวเองได้ก่อนจะตกเป็นเหยื่อ สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจคือ เป้าหมายที่แท้จริงของอาชญากรไซเบอร์เหล่านี้ไม่ใช่การทำนายดวงชะตา แต่คือการหลอกลวงเพื่อเข้าถึง “ข้อมูลส่วนตัว” และ “ทรัพย์สิน” ของคุณ
การสร้างเหยื่อและเหยื่อล่อ
มิจฉาชีพจะใช้กลยุทธ์หลายขั้นตอนเพื่อดึงดูดความสนใจและสร้างความน่าเชื่อถือในตอนแรก เพื่อล่อให้เหยื่อติดกับ ดังนี้
-
- เปิดเพจลวงตา มิจฉาชีพจะสร้างตัวตนบนโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook หรือ TikTok โดยอวดอ้างสรรพคุณว่าสามารถทำนายดวงชะตาได้อย่างแม่นยำราวกับตาเห็น เพื่อดึงดูดผู้ที่มีความเชื่อหรือกำลังมองหาที่พึ่งให้สนใจ
- ใช้ของฟรีเป็นเหยื่อล่อ หลายกรณีมักเริ่มต้นจากการเสนอ “ดูดวงฟรี” เพื่อทำลายกำแพงความระแวงของเหยื่อ และกระตุ้นให้เกิดการติดต่อเข้ามาพูดคุยเป็นการส่วนตัว
- เทคนิค “หมอเดา” 18 มงกุฎ เมื่อเหยื่อติดต่อเข้ามา มิจฉาชีพจะใช้เทคนิคการเดาสุ่มข้อมูลทั่วไปไปเรื่อยๆ ซึ่งสุดท้ายมักจะมีบางประเด็นที่บังเอิญตรงกับชีวิตจริงของเหยื่อ ทำให้เหยื่อหลงเชื่อสนิทใจว่า “แม่นจริง” และเริ่มไว้วางใจอย่างเต็มที่
เมื่อเหยื่อเริ่มหลงเชื่อแล้ว มิจฉาชีพจะเริ่มเข้าสู่ขั้นตอนต่อไปเพื่อหลอกเอาข้อมูลและเงินทองอย่างเป็นระบบ
สารพัดวิธีหลอก
หลังจากสร้างความเชื่อใจได้สำเร็จ มิจฉาชีพจะเริ่มใช้กลอุบายที่ซับซ้อนขึ้นเพื่อหลอกเอาทรัพย์สินและข้อมูลสำคัญ
1.การหลอกให้ทำบุญและเรียกค่าครู
-
- มิจฉาชีพจะอ้างว่าดวงชะตาของเหยื่อมีปัญหา และจำเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนตัวเพื่อประกอบพิธี “แก้ดวง เสริมดวง หรือสะเดาะเคราะห์”
- จากนั้นจะเริ่มเรียกเก็บเงิน “ค่าครู” ในจำนวนไม่มากก่อน เพื่อให้เหยื่อยอมจ่ายได้ง่าย แล้วจึงค่อยๆ เรียกร้องเงินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สำหรับพิธีกรรมต่างๆ
- วิธีการนี้มีลักษณะคล้ายกับ “แชร์ลูกโซ่” ที่เล่นกับความเชื่อและความหวังของเหยื่อว่าจะทำให้ชีวิตดีขึ้นหรือร่ำรวยขึ้น จนยอมโอนเงินซ้ำแล้วซ้ำเล่า
2.เครือข่ายเบื้องหลังความแม่น
-
- หลายครั้งที่เหยื่อทึ่งว่าทำไมหมอดูถึงรู้ข้อมูลส่วนตัวได้อย่างแม่นยำ ความลับคือมิจฉาชีพเหล่านี้มักมี “เครือข่ายโจร” อยู่เบื้องหลัง
- เครือข่ายนี้จะนำชื่อของเหยื่อไปค้นหาข้อมูลบนอินเทอร์เน็ต หรือร้ายแรงกว่านั้นคือการ ซื้อข้อมูลส่วนตัวที่ถูกแฮกมา เพื่อนำมาทำให้เหยื่อตายใจ เช่น การทายเบอร์โทรศัพท์ของเหยื่อได้อย่างถูกต้อง ทำให้เหยื่อตกใจและหลงเชื่อว่าแม่นจริง
- นอกจากนี้ยังมีการใช้ “หน้าม้า” ในกลุ่ม LINE เพื่อเข้ามาแสดงความคิดเห็นชื่นชมว่าดูดวงแม่นมาก เป็นการสร้างแรงกดดันทางสังคมให้เหยื่อคนอื่นๆ คล้อยตามและยอมโอนเงิน
ข้อมูลต้องห้ามที่ไม่ควรบอกหมอดูออนไลน์เด็ดขาด
เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ห้ามให้ข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนเหล่านี้กับหมอดูออนไลน์โดยเด็ดขาด เพราะเป็นข้อมูลสำคัญที่มิจฉาชีพสามารถนำไปสร้างความเสียหายได้
- เลขบัตรประชาชน ใช้ยืนยันตัวตนในการทำธุรกรรมทางการเงินและบริการต่างๆ ที่สำคัญได้
- วันเดือนปีเกิด พร้อมชื่อ–นามสกุล เป็นข้อมูลพื้นฐานในการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลอื่นๆ และการสมัครบริการต่างๆ
- เบอร์โทรศัพท์ และที่อยู่ปัจจุบัน อาจถูกนำไปใช้ก่อกวน หรือใช้ยืนยันรหัส OTP ในการทำธุรกรรมออนไลน์
- ข้อมูลบัตรเครดิต/บัตร ATM อาจถูกนำไปใช้ก่อกวน หรือใช้ยืนยันรหัส OTP ในการทำธุรกรรมออนไลน์
- รหัสผ่าน (Password) โดยเฉพาะที่เกี่ยวกับธุรกรรมการเงิน เป็นกุญแจสำคัญในการเข้าถึงบัญชีธนาคาร แอปพลิเคชันการเงิน และโซเชียลมีเดีย ซึ่งอาจนำไปสู่การสูญเสียทรัพย์สินทั้งหมด
วิธีเอาตัวรอดจากมิจฉาชีพออนไลน์
การป้องกันตัวเองจากกลโกงเหล่านี้สามารถทำได้ง่ายๆ หากปฏิบัติตามหลัก 4 ข้อต่อไปนี้
- ตั้งสติให้มั่น “สติ” คือเกราะป้องกันที่ดีที่สุด อย่าหลงเชื่องมงายจนขาดการไตร่ตรอง อย่าให้ความโลภ (อยากรวย) หรือความกลัว (กลัวดวงไม่ดี) มาบดบังเหตุผล หากเริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่สมเหตุสมผล ให้สงสัยไว้ก่อน
- ห้ามโอนเงินเด็ดขาด เมื่อใดก็ตามที่มีการขอให้โอนเงินเพื่อทำพิธี หรือเรียกร้องเงินเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ให้ถือว่าเป็นสัญญาณอันตรายของมิจฉาชีพ และยุติการติดต่อทันที
- มีขอบเขตในการให้ข้อมูล การดูดวงเพื่อความสบายใจสามารถทำได้ แต่ต้องมีขอบเขตที่ชัดเจน คือห้ามให้ข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญเด็ดขาด (ตามตารางในข้อ 3) เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลรั่วไหลไปสู่อาชญากร
- หลีกเลี่ยงการนัดเจอ ห้ามนัดเจอกับคนแปลกหน้าที่รู้จักผ่านช่องทางออนไลน์โดยเด็ดขาด เพราะอาจนำไปสู่เหตุอาชญากรรมร้ายแรงที่กระทบต่อชีวิตและร่างกายโดยตรง เช่น การล่วงละเมิดทางเพศ หรือการถูกถ่ายคลิปเพื่อแบล็กเมล์ในภายหลัง
คิดก่อนเชื่อ ปกป้องข้อมูลให้ปลอดภัย
ความเชื่อเป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่ความปลอดภัยทางไซเบอร์ไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา การปกป้องข้อมูลส่วนตัวอย่างมีสติคือเกราะป้องกันที่ดีที่สุดจากอาชญากรที่แฝงตัวอยู่ทุกที่ในโลกออนไลน์
