(ศธจ.เพชรบูรณ์) พิธีเชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์

วันจันทร์ที่ 15 สิงหาคม 2565 เวลา 13.00 น. ดร.ธัญ สายสุจริต ศึกษาธิการจังหวัดเพชรบูรณ์ นำคณะบุคลากร เข้าร่วม“พิธีเชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน 631 ครัวเรือน” ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอหนองไผ่ อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์

>>พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายกฤษณ์ คงเมือง ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ เชิญสิ่งของพระราชทานมอบแก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย ในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ จำนวน 631 ครัวเรือน ณ หอประชุมที่ว่าการอำเภอหนองไผ่ อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีคณะกรรมการมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ หัวหน้าส่วนราชการ สมาชิกเหล่ากาชาด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน จิตอาสา และประชาชนผู้ประสบภัยร่วมในพิธี

ตามที่มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้ขอรับการสนับสนุนสิ่งของพระราชทาน จากมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ จำนวน 631 ชุด ให้แก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย เนื่องจากเนื่องจากมีร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น เกิดภัยในระหว่างวันที่ 7-11 สิงหาคม 2565 ทำให้เกิดฝนตกหนักน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่การเกษตร บ้านเรือนและทรัพย์สินของราษฎรได้รับความเสียหายจำนวน 631 ครัวเรือน ประกอบไปด้วย อำเภอหนองไผ่ มีบ้านเรือน และทรัพย์สินของราษฎร ได้รับความเสียหาย จำนวนทั้งสิ้น 540 ครัวเรือน และอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ มีบ้านเรือน และทรัพย์สินของราษฎร ได้รับความเสียหาย จำนวนทั้งสิ้น 91 ครัวเรือน รวมจำนวนทั้งสิ้น 631 ครัวเรือน เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและบรรเทาความเดือดร้อนแก่ราษฎร จังหวัดเพชรบูรณ์ จึงได้เชิญสิ่งของพระราชทานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ประจำจังหวัดเพชรบูรณ์ มอบให้แก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอหนองไผ่ และอำเภอเมืองเพชรบูรณ์

ซึ่งขณะนี้อำเภอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ร่วมกันการสำรวจความเสียหายในด้านอื่นๆ และจังหวัดเพชรบูรณ์ได้การประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย และประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (อุทกภัย) เพื่อให้ส่วนราชการ หน่วยงาน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง เข้าดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ ต่อไป